ผลบอลมาแล้ว : บาร์เซโลน่า vs เลบานเต้ !! ต่างดาว เปิดบ้านถอนแค้น เลบานเต้ 3-0 ลิ่ว 8 ทีม โกปา

ผลบอล โกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดสอง) ประจำคืนวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2562 บาร์เซโลน่า เปิดสนาม คัมป์ นู เอาชนะ เลบานเต้ ไปอย่างขาดลอยด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 0

ผลบอล โกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดสอง)

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2562

บาร์เซโลน่า 3-0 เลบานเต้ (รวมผลสองนัด บาร์เซโลน่า ชนะ 4-2)

รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 เดมเบเล่ น.30 / 2-0 เดมเบเล่ น.31 / 3-0 เมสซี่ น.54

เวลาการแข่งขัน : 3.30 น.

สนาม : คัมป์ นู

ซึ่งเกมนี้ “เจ้าบุญทุ่ม” จัดทัพชุดใหญ่ลงสนาม หลังจากที่เลกแรกโรเตชั่นผู้เล่นสำรองจนโดน เลบานเต้ อัดมาก่อน 2-1 ซึ่งเริ่มเกม บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเดินหน้าพับสนามบุกหนักตามคาด ก่อนจะมาได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกมจากลูกยิงของ อุสมาน เดมเบเล่ ถัดจากนั้นแค่นาทีเดียว เดมเบเล่ เจ้าเก่าก็มาซัดประตูที่สองให้ เจ้าบ้าน ทำสกอร์ทิ้งห่างไปเป็น 2-0 พร้อมกับจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

โดยในช่วงครึ่งหลัง ยังคงเป็น บาร์เซโลน่า ที่เน้นการครองเกมและหาจังหวะบุกเจาะแนวรับของ เลบานเต้ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเข้าสู่นาที 54 ลิโอเนล เมสซี่ ก็เป็นคนจัดการประตูที่สามใส่ ผู้มาเยือน ส่งผลให้ช่วงเวลาที่เหลือ เลบานเต้ ไร้หนทางที่จะกลับมาสู่เกม ก่อนจะจบ 90 นาทีลงไปด้วยชัยชนะของ “เจ้าบุญทุ่ม” ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 0

ซึ่งจากชัยชนะนัดนี้ส่งผลให้ บาร์เซโลน่า ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ (8 ทีมสุดท้าย) ได้ตามคาดด้วยสกอร์รวม 4 ประตูต่อ 2

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า : ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น(GK), เนลสัน เซเมโด้, เจสัน มูริลโญ่, เคลมองต์ ลองเลต์, ฆอร์ดี้ อัลบา, อิวาน ราคิติช, อาร์ตูร์, อาร์ตูโร่ วิดัล, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อุสมาน เดมเบเล่, ลิโอเนล เมสซี่

เลบานเต้ : ไอตอร์ เฟร์นานเดซ(GK), โกเก้, เอริค กาบาโก้, เซร์คิโอ ปอสติโก้, โรแบร์, โมเซส ไซม่อน, ซานยิช เพอร์ซิช, โฆเซ่ คัมปาญ่า, เอนิส บาร์ดี้, เอ็มมานูเอล บัวเต็ง, บอร์ฆ่า มาโยรัล

สถิติหลังเกม บาร์เซโลน่า vs เลบานเต้

บาร์เซโลน่า          สถิติหลังเกม                        เลบานเต้

25                           โอกาสยิงประตู                    9

13                           ยิงเข้ากรอบ                           1

70%                       การครองบอล                       30%

685                         การส่งบอล                           296

87%                       ความแม่นยำในการส่งบอล               76%

12                           ฟาวล์                                      20

2                              ใบเหลือง                               4

0                              ใบแดง                                   0

3                              ล้ำหน้า                                   4

5                              เตะมุม                                   2

เจาะลึกและวิเคราะห์ละเอียด! ‘ซิโก้’ เชื่อช้างศึกหักด่าน จีน ตีตั๋วรอบ 8 เอเชียนคัพ

อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย‘ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง’ เชื่อว่าทัพช้างศึกจะสามารถเอาชนะ ทีมชาติจีน พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเชียนคัพ 2019

ช้างศึก ได้ยันเสมอกับ เจ้าภาพในเกมสุดท้าย ทำให้ทีมมี 4 คะแนน ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม โดยจะเข้าไปพบกับ ทีมชาติจีน รองแชมป์ของกุล่มซี โดยทาง “โค้ชซิโก้” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเคยพาทีมบุกไปถล่ม ทีมชาติจีน 5-1 เมื่อปี 2013  live score

“มันมีความเเตกต่างกันอยู่เเล้วกับปี 2013 ที่พี่ซิโก้เจอในวันนั้น เขาประมาทเรา และอีกอย่างหนึ่งเหมือนกับเขาเลือกเรามาก่อน ซึ่งเขาก็พลาดท่าไป” “โค้ชซิโก้” กล่าวเริ่ม

“แต่หลังจากนั้นเขาเองก็บุกมาเอาชนะเรา 2-0 ในอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ครับ ซึ่งในแมตช์นี้แหละ ที่จะเป็นสนามเป็นกลางด้วย ผลัดกันแพ้มาคนละครั้ง ฉะนั้นแน่นอน จีน ก็มีความแข็งแกร่งในตัวของเขาเองอยู่แล้ว แต่วันนี้ไทยเองที่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็เป็นประวัติศาตร์ด้วย ฉะนั้นพี่ซิโก้เชื่อว่าถ้าวัดกันปอนด์ต่อปอนด์ก็สูสีกัน แต่พี่เชื่อว่า ไทย จะสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ครับ”

(ได้ดูฟอร์ม ทีมชาติจีน บ้างไหม?) “พี่ซิโก้ได้ดูฟอร์ม จีน ได้ดูเกือบทุกคู่อยู่แล้วครับ จีน จะเห็นได้ว่าหลายๆเกมเขาเล่น มีความโดดเด่น มีความแข็งแกร่ง และก็ยิงหลายลูกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าแท็คติคก็ขึ้นอยู่กับโค้ชในการวางแผน จะวันนี้จะเห็นได้ว่าของเราก็ไม่เป็นสองรองใคร เพราะการทำทีมของ โค้ชโต่ย และโค้ชโชค จริงๆแล้ววันนี้ ต้องยอมรับว่าทุกคนพร้อมที่จะก้าวข้าม และพิสูจน์ตัวเองว่าการเล่นกับจีนจะทำได้ดีขนาดไหน ฉะนั้นเชื่อว่าแมตช์นี้จะเป็นแมตช์สำคัญ ซึ่งจะได้พิสูจน์ตัวผู้เล่นของเราด้วย และก็ของสตาฟฟ์โค้ชด้วยครับ”

(โอกาสถอย ธนบูรณ์ ลงไปยืนเซ็นเตอร์) “จริงๆชุดนี้ก็สามารถทดแทนกันได้อยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าในแต่ละเกมเราปรับเปลี่ยนกันได้ ตอน พรรษา ติดโทษแบน เอาคนอื่นลงไปก็ทำได้ดี เอา มิก้า ลงไปก็ทำได้ดี เอา อดิศร ลงไปก็ทำได้ดี ซึ่งในแผงหลังเรามีตัวผู้เล่นเพียงพออยู่แล้ว วันนี้มันขึ้นอยู่กับว่าความเข้าใจของทีมนะครับ ทั้งระบบใครดีกว่ากัน ไม่ต้องไปดูว่าแผงหลังอย่างเดียว แผงกลางอย่างเดียว หรือแผงหน้าอย่างเดียว เพราะฉะนั้นมันสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วนะวันนี้ครับ”

(ผลงานของ ชนาธิป, ธีราทร และธีรศิลป์ จากเจลีก) “นี่คือ 3 คีย์แมนทั้ง 3 คนนี้เขาเป็นหัวใจของทีม แม้จริงๆฟุตบอลจะเล่นด้วยกันเป็นทีมเวิร์ค แต่ทั้ง 3 คนนี้แสดงศักยภาพในเกมให้เห็นแล้ว และ เจ เองก็เป็นท็อปเท็นของเอเชียแล้ว ส่วน มุ้ย กับอุ้ม ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ทุกคน ล้วนแต่เป็นท็อปของเอเชีย เขาเรียกว่าเป็นที่หมายตาของนักข่าวในเอเชีย นะครับว่าจะมีความโดดเด่น สามารถพาทีมเข้าไปสู่รอบต่อไปได้ยังไง ฉะนั้นก็คิดว่าจะสามารถเก็บชัยชนะได้ไม่ยาก”

(ยังคงคิดถึงทีมชาติไทย เเต่ตอนนี้ยังไม่เหมาะสม) “ตามนั้นครับ (ขำ)” โค้ชซิโก้ กล่าวทิ้งท้าย โดยสำหรับ ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติจีน ในศึกเอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม ฮัสซา บิน ซายิด สเตเดียม, อัล ไอน์ ในวันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ FOX Sports HD

ย้อนอดีตของ ดิ มาเรีย เกิดปัญหาอะไรขึ้น ถึงทำให้เล่นไม่ออกในสมัยอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด

ปีก ปารีส แซงต์-แชร์กแม็งอย่าง อังเคล ดิ มาเรีย ย้อนไปเรื่องราวในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงได้ทำให้เขาโชว์ฟอร์มไม่ออกในสมัยที่ค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  live score

นักเตะชาวอาร์เจนตินาเคยได้ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาเล่นให้กับทีมปีศาจแดงภายใต้ในการคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล เมื่อฤดูกาล 2014/15 แต่หลังจากค้าแข้งไปได้แค่ปีเดียวเท่านั้น เขาก็ได้ถูกขายให้กับ เปแอสเช ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาชี้แจงถึงปัญหาที่ทำให้อาชีพของเขาที่อังกฤษนั้นมันสั้นนัก

“ผมค้าแข้งอยู่ที่นั่นปีเดียวเท่านั้น มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีในอาชีพของผมเลย หรือจะให้ผมพูดตรงๆ ก็คือผมไม่ได้รับอนุญาตให้มีช่วงเวลาที่ดีในอาชีพของผม” ดิ มาเรีย กล่าว

“มันมีปัญหาซับซ้อนวุ่นวายกับผู้จัดการทีมในตอนนั้น แต่ก็ต้องขอบคุณพระเจ้าที่ผมสามารถย้ายออกมาเล่นให้กับ เปแอสเช ได้ และผมก็ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้าง”

ซึ่งนอกจากนี้แข้งวัย 30 ปี ก็ยังได้พูดถึงสโมสรเก่าไว้ด้วย ซึ่งจะมีโปรแกรมเผชิญหน้ากันใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยว่า “เรายังเหลืออีกหลายเกมก่อนจะถึงเกมนี้ พวกเขาเพิ่งเปลี่ยนผู้จัดการทีม และพวกเขาก็ยังไม่แพ้ใครเลย แต่เราก็ต้องมองไปแค่เรื่องของเราเท่านั้น หากว่าเราทำทุกอย่างไปในทิศทางที่ถูกต้อง มันก็น่าจะไปได้สวย”

โดยสำหรับ เปแอสเช ของ ดิ มาเรีย จะมีโปรแกรมบุกเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะกลับมาเป็นฝ่ายเล่นในบ้านบ้างในวันที่ 6 มีนาคมต่อไป

สุดทึ้ง! โค้ชโต่ย ยอมรับยังไม่อยากเชื่อว่าพา ช้างศึก ยันเจ๊า ยูเออี ทะลุน็อคเอาท์ เอเชียน คัพ

กุนซือคนใหม่ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือรักษาการ ทีมชาติไทย ได้ยอมรับว่าตนยังไม่อยากเชื่อว่าจะพา ช้างศึก ยันเสมอ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทะลุเข้ารอบน็อคเอาท์ เอเชียน คัพ 2019 ได้สำเร็จ

โดยทีมชาติไทย สามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มเอ จากการเสมอกับเจ้าภาพ ยูเออี 1-1 ขณะที่ผลการแข่งขันอีกคู่ บาห์เรน ชนะ อินเดีย 1-0 ทำให้มี 4 คะแนนเท่ากัน แต่ว่าทัพ ช้างศึก นั้นมีเฮดทูเฮดที่ดีกว่าจากการเอาชนะมาได้ 1-0 ในแมตช์ก่อน ผลบอล

หลังจากพาทีมทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้เป็นที่แน่นอนแล้ว ศิริศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ก่อนที่เราจะเจอกับ ยูเออี เราก็รู้สึกกังวลว่าเราจะทำได้ดีแค่ไหน แต่เราก็คิดไว้แล้วว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในสนาม มันมีอะไรบ้าง เราก็เตรียมตัวมาดี ซึ่งก็เป็นเกมที่สนุก จริงๆ แล้วผลอีกสนามหนึ่งก็ทำให้เราต้องลุ้นเหมือนกัน แต่ผมก็บอกทุกคนว่าสมาธิต้องนิ่ง เราต้องทำให้ได้ก่อน ซึ่งก็ต้องชมนักเตะทุกคนที่เล่นด้วยความทุ่มเท และสามารถทำให้เกมออกมาแฮปปี้สำหรับทีมชาติไทย”

“พอจบเกมก็รู้สึกดีใจ เพราะมันไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากตอนแรกๆ มันดูกระท่อนกระแท่น แต่จริงๆ แล้วเด็กทุกคนต้องการสร้างประวัติศาสตร์เพื่อทีมชาติไทย ยิ่งเล่นเราก็ยิ่งเห็นความมุ่งมั่นของเด็ก และการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ชกับนักเตะ มันสามารถทำงานไปได้ด้วยดี ก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันครับว่าสิ่งนี้มันจะเกิดขึ้นจากพวกผมที่มารับงานกับโค้ชโชค ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ครับ”

ในขณะเดียวกัน โค้ชโต่ย ก็ยังได้พูดถึงหนทางที่รออยู่ข้างหน้าในรอบน็อคเอาท์ เอเชียน คัพ ครั้งนี้ด้วยว่า “รอบน็อคเอาท์เราไม่สามารถเลือกทีมได้แล้วครับ เจอทีมไหนเราก็สู้เต็มที่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าจะหนักหรือเบาเท่านั้นเอง อยู่ที่การทำงานของผม, ผู้ช่วย แล้วก็ทีมงาน น้องๆ นักเตะ สิ่งที่เราจะทำได้คือทำการบ้าน และการทำงานที่หนักขึ้น เพื่อที่จะเจอกับจีนหรือเกาหลีใต้”

“ผ่านเข้ารอบนี้ รอบต่อไปถือว่าเป็นกำไรแล้วครับ แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังต้องทำงานหนัก เพราะฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทีมที่ครองบอลได้เยอะที่สุด จบเกมอาจจะเป็นทีมที่แพ้ก็ได้ ตรงนี้ผมว่าต้องไปสู้กันที่แท็คติกมากกว่า”

สำหรับ ทีมชาติไทย จะไปรอพบกับรองแชมป์กลุ่มซี ระหว่าง จีน กับ เกาหลีใต้ โดยจะเตะกันที่สนาม ฮัสซา บิน ซายิด สเตเดียม เมือง อัล ไอน์ ในวันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ FOX Sports HD

สุดทึ่ง โปเช็ตติโน่ แม้ครึ่งหลัง สเปอร์ส เล่นได้ดีสุดตั้งแต่คุมทีมมา ก็ยังผ่าน เด เคอา ไม่ได้

ผู้จัดการทีม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สุดทึ่งแม้ครึ่งหลังลูกทีมจะโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดตั้งแต่เขาคุมทีมมา แต่เขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้

โดยเกมดังกล่าว สเปอร์ส ได้โอกาสงามๆ ชนิดที่ว่าน่าจะแปรเปลี่ยนเป็นประตูได้ในหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้ จึงทำให้ต้องพบกับความพ่ายแพ้ต่อทีมปีศาจแดงไปด้วยสกอร์ 0-1 ผลบอล

“ผมรู้สึกปลื้มและภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่อยู่กับทีมมานาน 4 ปีครึ่ง เกมในครึ่งหลังนี่ถือว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น ท็อตแน่ม เล่นมาเลย มันน่ามหัศจรรย์มากๆ และผมก็คิดว่า ดาบิด เด เคอา ที่เซฟไป 11 ครั้งนั้นเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก” โปเช็ตติโน่ กล่าวหลังจบเกม

“ในเกมฟุตบอลบางครั้งคุณก็สมควรเป็นผู้ชนะ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้ นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ผมรักฟุตบอล เราครองเกมกันได้ในครึ่งแรก แต่ก็ต่อเกมกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ยูไนเต็ด เล่นลึกมากขึ้นในครึ่งหลัง แต่การเจอกับระบบการเล่นแบบนี้ มันก็น่ามหัศจรรย์ที่เราสร้างสรรค์โอกาสได้ถึง 11 ครั้งในครึ่งหลัง ผมภูมิใจมากๆ และผมก็สามารถเดินออกมาจาก เวมบลีย์ ด้วยความรู้สึกที่ดี”

“เราเสียประตูจากจังหวะสวนกลับในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังก็เป็นฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็นมา เราอาจจะไม่เฉียบคมมากนัก และบางครั้งคุณก็ต้องยิงประตูให้ได้จากโอกาสที่น้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่มีอะไรให้ต้องบ่นหรอก ทีมของเราเล่นฟุตบอลได้อย่างน่าเหลือเชื่อแล้ว ทุกๆ คนที่ได้ชมเกมก็คงรู้สึกเช่นเดียวกับผม”

โดยสำหรับเกมดังกล่าว เด เคอา โชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการเซฟประตูไป 11 ครั้ง ถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่ผู้รักษาประตูคนใดๆ ทำได้ต่อเกมใน พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้เลย

Copyright บ้านคนรักบอล 2019
Tech Nerd theme designed by FixedWidget