อัดมาเต็ม! เผย 5 แข้ง หงส์แดง พร้อมคัมแบ็คเกมซัด ไก่เดือยทอง

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังจะกลับมาลงสนามฟาดแข้งกันอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้ โดยล่าสุดทางฝั่ง “หงส์แดง” ก็ได้รับข่าวดีเมื่อ 5 นักเตะที่มีอาการบาดเจ็บพร้อมที่จะกลับมาลงสนามในสภาพฟิตสมบูรณ์ในเกมที่ ลิเวอร์พูล ที่มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ปะทะ สเปอร์ส ในคืนวันอาทิตย์นี้  ngoal

ตามรายงานจาก Evening Standard ได้เปิดเผยว่า เจอร์เกน คล็อปป์ จะได้นักเตะชุดใหญ่กลับมาใช้งานหลังเบรคทีมชาติหนนี้ถึง 5 ราย ได้แก่ โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เซอร์ดาน ชากิรี่ รวมไปถึง นาบี้ เกอิต้า

ในขณะที่รายของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวาลูกหม้อของทีมที่โชคร้ายนั้นได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังในแคมป์ ทีมชาติอังกฤษ ก็ยังคงต้องรอเช็คอาการกันอย่างใกล้ชิดกันต่อไป

ความสำคัญของศึก “สัตว์ปีก” คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง ลิเวอร์พูล ปะทะ สเปอร์ส ได้แก่ทั้งสองทีมต่างก็ยังต้องการเป็นผู้ชนะด้วยกันทั้งคู่(โดยที่ไม่ต้องการผลเสมอ) เนื่องจาก “หงส์แดง” แม้ว่าปัจจุบันนั้นจะขึ้นนำเป็นจ่าฝูง แต่ก็มีโปรแกรมแข่งมากกว่า แมนฯ ซิตี้ อยู่ 1 นัด(ปัจจุบันนำ 2 คะแนน) ขณะเดียวกัน “ไก่เดือยทอง” ก็ยังคงสุ่มเสี่ยงที่จะหลุด ท็อปโฟร์ เมื่อมีแต้มนำหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่เพียง 3 คะแนนเท่านั้น

บาเยิร์น 1-3 ลิเวอร์พูล เสียงแช่งไม่เป็นผล!! หงส์แดง บุกเชือด เสือใต้ 

มาแล้วผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดสอง) วันพุธที่ 13 มีนาคม 2562 บาเยิร์น มิวนิค ได้เปิดสนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า พ่ายให้กับ หงส์แดงลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 3

ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดสอง)   live score

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2562

บาเยิร์น มิวนิค 1-3 ลิเวอร์พูล

รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 มาเน่ น.26 / 1-1 มาติป(ทำเข้าประตูตัวเอง) น.39 / 1-2 ฟาน ไดจ์ค น.69 / 1-3 มาเน่ น.84

เวลาการแข่งขัน : 3.00 น.

สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า

โดยก่อนจะเริ่มเกมถือว่าทั้งสองทีมมีภาษีในการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายพอๆกันทั้งคู่ หลังจากที่เลกแรกเสมอกันมาในสนาม แอนฟิลด์ ด้วยสกอร์ 0-0 ซึ่งนัดนี้ก็เปิดฉากมาถือว่าทั้งสองทีมผลัดกันครองบอลหาจังหวะเข้าทำประตู ยังแทบไม่มีฝั่งไหนได้โอกาสจบสกอร์แบบจะแจ้งด้วยสกอร์ทั้งสองฝ่าย

จนกระทั่งเวลาได้เดินทางเข้าสู่นาที 26 “หงส์แดง” ก็มาได้หมัดเด็ดจากลูกเปิดยาวของ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค มาให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้จับบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนที่จะพลิกหลบ มานูเอล นอยเออร์ ไปยิงง่ายๆจึงช่วยให้ ทีมเยือน บุกมาคว้าอเวย์โกลไปได้ก่อน 1-0 แต่หลังจากนั้นในช่วงท้ายครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มาพลาดท่าโดน บาเยิร์น ได้พังประตูตีเสมอจากจังหวะ แซร์จ กนาบรี้ หนีการประกบมาจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก่อนที่จะเปิดยัดเข้ากลางมาโดน โจเอล มาติป แหย่เท้าสกัดบอลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้จบครึ่งทางของเกมทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ที่ 1 ประตูต่อ 1

ในช่วงครึ่งหลัง รูปเกมยังถือว่าทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสนุกสูสี ก่อนที่จะเป็น ลิเวอร์พูล ที่มาอาศัยทีเด็ดจากลูกเตะมุม เจมส์ มิลเนอร์ บรรจงเปิดมาให้ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เทคตัวขึ้นโขกพาทีมกลับขึ้นมานำได้อีกครั้งเป็น 2-1 จากนั้นช้วงท้ายเกม “หงส์แดง” ก็มาได้ประตูตอกฝาโลงแบบแนบสนิทจากลูกโหม่งระยะเผาขนของ ซาดิโอ มาเน่ ช่วยให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาคว้าชัยไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1

ซึ่งจากชัยชนะเกมนี้ของ “หงส์แดง” จึงส่งผลให้ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย สโมสรจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้นยังคงอยู่ในเส้นทางทั้งหมด 4 ทีมครบถ้วน

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

บาเยิร์น มิวนิค : มานูเอล นอยเออร์(GK), ราฟินญ่า, นิคลาส ซูเล่, แมตส์ ฮุมเมิลส์, ดาวิด อลาบา, ฆาบี มาร์ติเนซ, ธิอาโก้ อัลคันทาร่า, ฮาเมส โรดริเกซ, ฟร้องค์ ริเบรี่, แซร์จ กนาบรี้, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ลิเวอร์พูล : อลิสซอน เบ็คเกอร์(GK), เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาติป, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

มันเป็นเพราะลม! คล็อปป์ กล่าวโทษลมทำเล่นยาก ทำให้ ลิเวอร์พูล เจ๊า เอฟเวอร์ตัน ร่วงจ่าฝูง

ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล “เจอร์เก้น คล็อปป์” ได้มองว่าทิศทางลมที่ยากจะคาดเดาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาทำได้แค่บุกเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน แบบไร้สกอร์ ทำให้ร่วงจ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก   ngoal.com

โดยทีมหงส์แดงมีโอกาสหลายต่อหลายครั้งที่จะทำประตูคว้าชัยชนะไปได้ในเกมนี้ แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็พลาดกันไปหมด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะทิศทางลมที่ทำให้ควบคุมอะไรได้ลำบาก ตามความเห็นกุนซือของพวกเขา

“มันเป็นเกมที่ยากเอามากๆ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ทั้งคู่แข่งที่กระตือรือร้น และสิ่งที่ผมรู้ว่าผู้คนคงไม่ชอบให้ผมพูดถึงมัน นั่นก็คือเรื่องลม มันมาจากทั่วทุกทิศทาง คุณจะเห็นมันได้เลยในหลายๆ สถานการณ์ของเกม” คล็อปป์ กล่าว

“มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยในการเล่นฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบอลอยู่กลางอากาศ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นบ่อย มันเลยกลายเป็นว่าเกมนี้เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมเพราะเรื่องเหล่านี้ เกมจบด้วยสกอร์ 0-0 ในเกมดาร์บี้ เราสานต่อสถิติไร้พ่ายในการเจอกับ เอฟเวอร์ตัน มันไม่ใช่ในแบบที่เราต้องการ แต่มันก็ยอมรับได้เพราะว่ามันเป็นเกมที่ยากเหลือเกิน”

ซึ่งสำหรับ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ก็ร่วงลงมาเป็นรองจ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก แบบเต็มตัวแล้ว โดยมีคะแนนตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยึดหัวตารางอยู่ 1 แต้ม นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ทีมหงส์แดงอันดับตกลงมาเมื่อลงสนามด้วยจำนวนเกมเท่ากัน นับตั้งแต่ช่วงก่อนคริสต์มาสเป็นต้นมา

ลิเวอร์พูล vs เลสเตอร์ !! หงส์ นำเร็วก่อนจะโดน จิ้งจอก ไล่เจ๊า 1-1 หนีเรือ 5 แต้ม

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำคืนวันพุธที่ 30 มกราคม 2562 ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ทำได้เพียงเสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 1

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

วันพุธที่ 30 มกราคม 2562

ลิเวอร์พูล 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้

รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 มาเน่ น.3 / 1-1 แม็คไกวร์ น.45+2

เวลาการแข่งขัน : 3.00 น.

สนาม : แอนฟิลด์

โดยเกมนี้ “หงส์แดง” ได้ตัดสินใจส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ขยับลงมารับบทบาท แบ็คขวา จำเป็น ซึ่งเริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 3 นาที เจ้าบ้าน ก็เป็นฝ่ายพังประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะ ซาดิโอ มาเน่ มีโอกาสง้างเท้าซัดเลียดพื้นส่งบอลเข้าไปมุดก้นตาข่ายตั้งแต่การลุ้นจบสกอร์ครั้งแรกของเกม

ซึ่งจากนั้นรูปเกมยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ทำได้เหนือกว่า โดยเฉพาะการครองบอล แต่ก็ถือว่ายังหาโอกาสเข้าไปลุ้นพังประตูที่สองได้ค่อนข้างน้อย จนกระทั่งเวลาเดินทางเข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน พลาดท่าไปทำฟาวล์ ริคาร์โด้ เปเรย์ร่า บริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา และเป็นจุดเริ่มต้นของประตูตีเสมอเมื่อ “จิ้งจอกสยาม” ได้ลูกฟรีคิกแนวรับ “หงส์แดง” เคลียบอลไม่ขาดมาเข้าทาง เบน ชิลล์เวลล์ โขกหนุนกลับไปให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ หลุดกับดักล้ำหน้า ก่อนที่จะได้ซัดโล่งๆเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้จบครึ่งทางของเกม ทั้งสองทีมเสอมกันอยู่ที่ 1-1

ในช่วงของครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างหนักหน่วงเพื่อลุ้นพังประตูขึ้นนำอีกครั้ง แต่จังหวะที่จะพาบอลเข้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายก็ยังถือว่าทำกันได้ไม่ดีพอ โดยเฉพาะหลังจากที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงมาในสนามทำให้ความต่อเนื่องเกมรุกของ “หงส์แดง” ดูจะลดความอันตรายลงไป จึงส่งผลให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล ทำได้เพียงเสมอกับ “จิ้งจอกสยาม” ไปด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 1

จากผลเสมอนัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นจ่าฝูงของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแต้มนำหน้าแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 5 คะแนนด้วยกัน

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : อลิสซอน เบ็คเกอร์(GK), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจเอล มาติป, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, นาบี้ เกอิต้า, โรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่, เซอร์ดาน ชากิรี่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), ริคาร์โด้ เปเรย์ร่า, จอนนี่ อีแวนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เบน ชิลล์เวลล์, น็อมปาลีส เมนดี้, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, เจมส์ แมดดิสัน, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, เดมาไร เกรย์, เจมี่ วาร์ดี้

Copyright บ้านคนรักบอล 2019
Tech Nerd theme designed by FixedWidget